Print

TMI ลุ้นแตะ1 บาท โชว์ของดีราคาถูกปันผลไม่ต่ำกว่า 40%

TMI ลุ้นแตะ 1 บ. โชว์ของดีราคาถูกปันผลไม่ต่ำกว่า 40%

TMI ลุ้นแตะราคาแตะ 1 บาท จาก ราคา IPO ที่ 0.88 บาท แม้ภาวะตลาดหุ้นผันผวน สมภพ มั่นใจพื้นฐานแข็งแกร่ง ธุรกิจโตต่อเนื่อง ด้าน ธีระชัย เชื่อมั่นการตอบรับจากนักลงทุนดี ยืนยันปีนี้รายได้-กำไรโต ตามแผนขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ การันตีรับเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 พ.ค.) บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และเริ่มทำการซื้อขายในตลาด mai เป็นรายแรกของปีนี้ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 80 ล้านบาท ประกอบด้วย หุ้นสามัญเดิม 240 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 80 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 80 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.88 บาท สามารถระดมทุน ในราคาหุ้นละ 0.88 บาท สามารถระดมทุนได้ 70.40 บาท

นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า หุ้น TMI ที่จะเข้าซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ mai ราคาวันนี้น่าจะปรับขึ้นไปถึงระดับ 1 บาท เพิ่มขึ้น 14% จากราคา IPO ที่ 0.88 บาท มีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ประมาณ 12 เท่า ขณะเดียวกันพื้นฐานของธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง และอุปกรณ์ควบคุมที่เกี่ยวข้องทั้งหลอดไฟ และโคมไฟ อยู่ในเกณฑ์ที่มีการเติบโตที่ดี แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการขยายธุรกิจจึงแนะนำถือลงทุน

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการ เงิน TMI กล่าวว่า วันนี้มีความมั่นใจว่าหุ้น TMI น่า จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน แม้จะมีวิกฤตจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ธุรกิจของ TMI ทั้งบัลลาสต์ หลอดไฟ โคมไฟ รวมถึงมีทีมงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่ดี ทำให้ทิศทางการดำเนินธุรกิจดี จากมาร์จิ้นที่สูง ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 25% มีอัตราการทำกำไรที่ 8 % เมื่อธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง การทำกำไรสุทธิของ TMI น่าจะ สูงกว่า 8%

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 17-20% สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/53 จะมีการประชุมกรรมการก่อนแจ้งผลประกอบการ คาดว่าภายในวันนี้เวลาประมาณ 17.00-18.00 น. จะสามารถทราบผลการดำเนินงาน แต่เบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี

สำหรับการเข้าซื้อขาย ในตลาด mai เป็นโอกาสที่นักลงทุนจะ รู้จัก TMI มากขึ้น หลังจากไปนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุน (โรดโชว์) รวมถึงการศึกษารายละเอียดผ่านเว็บไซต์ จะเห็นว่า TMI เป็น หุ้นที่น่าสนใจในการลงทุนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งระยะกลางถือว่ามีเสถียรภาพมากที่สุด ขณะเดียวกัน TMI มีนโย บายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ ก็สามารถลงทุนระยะยาวได้ รวมถึงอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ใน ช่วงไตรมาส 2 อยู่ที่ 0.7-0.8 ต่อ 1 เท่า ในขณะที่ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 52 อยู่ที่ 1.2 ต่อ 1 เท่า เนื่องจากการระดมทุนกว่า 70 ล้านบาท ทำให้ D/E ลดต่ำลง

ทั้งนี้ การเข้าตลาด mai ช่วยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งขณะนี้ผู้บริหารของ TMI อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นขอสิทธิ BOI หากบริษัทได้ สิทธินิติบุคคลก็จะยกเว้นการจ่ายภาษี 30% เป็นระยะเวลา 8 ปี ซึ่งผู้ถือหุ้นก็จะยกเว้นภาษี 10% จัดว่าเป็นผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานในอนาคต

นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ TMI กล่าว ว่า วันนี้มีความมั่นใจว่าหุ้น TMI จะได้รับการตอบรับจากนักลง ทุนแม้ว่าจำนวนหุ้นที่เทรดในตลาดน้อย แต่ความต้องการในตลาดสูง เนื่องจากลูกค้าและคู่ค้ามีความสนใจซื้อหุ้นโดยสอบถามมายังบริษัทอย่างต่อ เนื่อง จากพื้นฐานของบริษัทที่มีการเติบโต

ทั้งนี้ สัดส่วนของผู้ถือหุ้น TMI เป็นกลุ่มประสิทธิ์ รัตนพร 75% และผู้ถือหุ้นรายย่อย 25% โดยในด้านการบริหารงานจะต้องมีการคำนึงถึงนักลงทุน ตามแผนการดำเนินงานบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้และกำไรเติบโต 20% ซึ่งการเข้าถือหุ้น TMI นักลงทุนจะได้รับเงินปันผลจากรอบผล ประกอบการในปี52 ซึ่งบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อย กว่า 40% ของกำไรสุทธิ และมีกำหนดจ่ายปีละ 1 ครั้ง

สำหรับแนวโน้มผลประกอบ การไตรมาส 2/53 เชื่อว่าจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ใน เกณฑ์ที่ดีจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 ผลิตภัณฑ์และจะเพิ่มอีกในช่วงครึ่งปีหลังอีก 2 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น โดยเสริมทีมการจัดจำหน่ายด้านตะวันออกเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ปีนี้จะมีการขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแถบเอเชียใต้และอินเดีย เป็นต้น.


ที่มา : นสพ.ข่าว หุ้น ประจำวันที่ 14-16 พฤษภาคม 2553


Last Updated on Saturday, 03 July 2010 11:24